สถานการณ์ในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต

การนำเข้าเมล็ดกาแฟเพื่อแปรรูปส่งออกและจำหน่ายในประเทศ ปี พ.ศ. 2550 และ 2551

          ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2551 ที่ผ่านมาได้เกิดปัญหาเมล็ดกาแฟเพื่อใช้แปรรูปในประเทศขาดแคลน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  จึงได้พิจารณาและเสนอให้มีการนำเข้าเมล็ดกาแฟเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมีข้อตกลงการนำเข้าและหลักประกัน ดังนี้

          1. การนำเข้าเมล็ดกาแฟมาแปรรูปเพื่อการส่งออก คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ (เมื่อวันที่27 พฤษภาคม พ.ศ. 2551) โดยร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การส่งออกกาแฟไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 เพื่อให้เมล็ดกาแฟที่นำเข้ามาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สามารถส่งออกได้ (ให้ นำเข้าภายในเดือนกันยายน พ.ศ. 2551 และส่งออกภายในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2551) ซึ่งมีผู้ขอนำเข้า 1 ราย คือ บริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่โปรดักส์ท จำกัด ขอนำเข้าเมล็ดกาแฟ จำนวน 3,000 ตัน อัตราภาษีนอกโควตา ร้อยละ 90 (นำเข้าจริง จำนวน 1,718.517 ตัน)

          2. การนำเข้าเมล็ดกาแฟมาแปรรูปเพื่อจำหน่ายในประเทศ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ (วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2551) ให้เปิดตลาดสินค้ากาแฟตามข้อผูกพันกับ WTO ในโควตาจำนวนไม่เกิน 10,000 ตัน (เดิมเป็นจำนวน 5.25 ตัน) อัตราภาษีในโควตา ร้อยละ 30 เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเมล็ดกาแฟสำหรับการแปรรูปเพื่อใช้ในประเทศ (ให้นำเข้าภายในเดือน ตุลาคม พ.ศ. 2551) ซึ่งมีผู้ขอนำเข้า 2 ราย  คือ บริษัท ควอ-ลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักส์ท จำกัด  จำนวน 9,800 ตัน (นําเข้าจริง จำนวน 9,799.94 ตัน) และบริษัท ซาร่าลี คอฟฟี่ แอนด์ที จำกัด จำนวน  200 ตัน (นำเข้าจริง จำนวน 5.1 ตัน)

          3. เงื่อนไขการนำเข้า ผู้นำเข้าตาม ข้อ 5.1 ต้องทำสัญญากับกรมการค้าต่างประเทศและกรมวิชาการเกษตร และข้อ 5.2 ต้องทำสัญญากับกรมวิชาการเกษตร รับซื้อเมล็ดกาแฟมาตรฐาน F.A.Q. (Fair Average Quality) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ถึง 15 มีนาคม พ.ศ. 2552 ณ จุดรับซื้อของผู้ให้สัญญาหรือตัวแทนของผู้ให้สัญญาในปี พ.ศ. 2551 ถึง 2552 ในปริมาณหนึ่งเท่าและสองเท่าของปริมาณที่คณะอนุกรรมการพืชสวนได้มีมติให้นำเข้าและได้นำเข้าจริงตามลำดับ ในราคาตลาดโลก (ซื้อขายล่วงหน้าตลาดลอนดอน เฉลี่ย 4 ถึง 8 เดือน) โดยคำนวณเฉลี่ยย้อนหลัง ระยะเวลา 5 วัน ในกรณีที่ราคาตลาดในประเทศสูงกว่าราคาตลาดโลก ผู้ให้สัญญาจะรับซื้อตามราคาตลาดภายในประเทศ และหากปรากฏว่าราคาในตลาดโลกเฉลี่ยหรือราคาตลาดภายในประเทศ ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 55 บาท ผู้ให้สัญญาจะรับซื้อในราคาที่ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 55 บาท

การดำเนินการในปี พ.ศ. 2551 และ 2552

          1. กรมวิชาการเกษตร ได้จัดประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์และแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกร เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 และมีมติให้กำหนดราคาที่เกษตรกรควรจะขายการแฟได้ ไม่ควรต่ำกว่ากิโลกรัมละ 55 บาท  เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการช่วยเหลือเกษตรกร  หากราคาต่ำกว่านี้  ก็ให้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจระดับจังหวัด เพื่อเป็นกลไกกำกับดูแลและติดตามการซื้อขายในพื้นที่จังหวัดแหล่งผลิตสินค้าหลักๆ

          2. จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในแหล่งผลิตสินค้าเกี่ยวกับการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยให้ความรู้เกษตรกรด้านวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว การแปรรูปกาแฟคั่วบดและกาแฟโบราณ ในวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

          3. จัดหาตลาดให้เกษตรกร  ด้วยการส่งเสริมการจัดทำสัญญาข้อตกลงซื้อขายเมล็ดกาแฟ ระหว่างเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร กับผู้ประกอบการ โรงงานผลิตกาแฟสำเร็จรูป

          4. ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูล สถานการณ์และความเคลื่อนไหวราคาตลาดโลก เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจจำหน่ายผลผลิตของเกษตรกร

          5. กำกับดูแลการซื้อขายให้เกิดความเป็นธรรม ด้วยการตรวจสอบเครื่องชั่งของผู้รับซื้อ และให้มีการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อ 3