knowledge.php
- A +

กิจกรรม

สวก. ร่วมกับ TCELS นำคณะผู้บริหารและภาคเอกชน ศึกษาดูงานด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและเข้าร่วมจัดนิทรรศการงาน “COSMETIC 360” ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 16 – 22 ตุลาคม 2560

สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. และศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TCELS ได้นำคณะผู้บริหารและภาคเอกชนศึกษาดูงานด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและเข้าร่วมจัดนิทรรศการในงาน “COSMETIC 360” ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 16 – 22 ตุลาคม 2560 เพื่อเปิดโอกาสให้ภาครัฐและภาคเอกชนของประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม และอุตสาหกรรมด้านเครื่องสำอาง ได้ทราบทิศทางของตลาดเครื่องสำอาง และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งแสวงหาตลาดใหม่ๆ และหุ้นส่วนในงานวิจัยและธุรกิจ โดยมีภาคเอกชนจำนวน 4 ราย เข้าร่วมเดินทาง ประกอบด้วยภาคเอกชนที่ได้รับอนุญาตการใช้สิทธิผลงานวิจัยจาก สวก. จำนวน 2 ราย ได้แก่ 1) บริษัท โปรดักส์พลัส อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด 2) บริษัท ไทยซิลล์โปรดักส์ จำกัด และ ภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการกับ TCELS จำนวน 2 ราย ได้แก่ 1) บริษัท ควอลิตี้พลัส เอสเทติค อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด และ 2) บริษัท เดอะ ลิตเติ้ล ออนเนี่ยน แฟคทอรี่ จำกัด

การดำเนินงานของ สวก.

1. วันที่ 17 ตุลาคม 2560 นำคณะผู้บริหารและภาคเอกชนศึกษาดูงานด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ณ ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติฝรั่งเศส ( French : Centre National de la recherche scientifique , CNRS ) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีพันธกิจในการศึกษาวิจัยสารออกฤทธิ์จากวัตถุดิบธรรมชาติทั้งในพืช สัตว์ และสมุนไพร ที่ทำการศึกษาในระดับโครงสร้างโมเลกุล โครงสร้างทางเคมี และกลไกการออกฤทธิ์ เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถนำคุณสมบัติของสารสกัดที่ได้ไปวิจัยพัฒนาต่อเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มความงาม และกลุ่มอาหารเสริมสุขภาพ นอกจากนี้หน่วยงานดังกล่าวยังมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ โดยปัจจุบันได้มีความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางเทคโนโลยีในด้านต่างๆ ร่วมกัน ซึ่งหน่วยงานภาครัฐ สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคเอกชนของไทยสามารถส่งบุคลากรด้านงานวิจัยไปเรียนรู้ในเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบธรรมชาติของประเทศได้

2. วันที่ 18 -19 ตุลาคม 2560 นำคณะผู้บริหารและภาคเอกชนเข้าร่วมจัดนิทรรศการในงาน “COSMETIC 360” ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Carrousel du Louvre) โดยได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ผลงานวิจัยของไทย จากภาคเอกชน 4 ราย ได้แก่

2.1 บริษัท โปรดักส์พลัส อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด นำเสนอวัตถุดิบจากสารสกัดจมูกข้าวสำหรับใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ความงาม

2.2 บริษัท ไทยซิลล์โปรดักส์ จำกัด นำเสนอผลิตภัณฑ์ความงาม Body Serum, Face Serum และ Eye Serum จากสารสกัดรังไหมเหลืองสายพันธุ์ไทย

2.3 บริษัท ควอลิตี้พลัส เอสเทติค อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด นำเสนอวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ความงามที่มีคุณสมบัติป้องกันการเกิดสิวจากสารสกัดส้ม เปลือกมังคุด และ หอมหัวใหญ่

2.4 บริษัท เดอะ ลิตเติ้ล ออนเนี่ยน แฟคทอรี่ จำกัด นำเสนอวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ความงามที่มีคุณสมบัติบำรุงผมและผิวพรรณจากสารสกัดสมุนไพรไทย เช่น มะกรูด ขมิ้น และ มะขามป้อม

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์จากผลงานวิจัยของไทยได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยมีภาคเอกชนแสดงความจำนงในการเจรจาธุรกิจไม่น้อยกว่า 50 ราย และก่อให้เกิดความร่วมมือทางธุรกิจในการผลิตผลิตภัณฑ์ความงามจากวัตถุดิบที่ได้จากสารสกัดธรรมชาติ ร่วมกับคลัสเตอร์เครื่องสำอางของประเทศไทย ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส

3. วันที่ 20 ตุลาคม 2560 นำคณะผู้บริหารและภาคเอกชนศึกษาดูงานด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ณ Cosmetic Valley ซึ่งเป็นกลุ่มภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคในอุตสาหกรรมน้ำหอมและเครื่องสำอาง ที่ก่อตั้งหน่วยค้นคว้าวิจัยชื่อว่า LVMH Research และเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำหอมและเครื่องสำอางให้แก่หลายยี่ห้อ เช่น Christian Dior, Shiseido, Givenchy, Guerlain และ L'Oréal โดยมีนักวิจัยจำนวน 300 ราย เป็นผู้ค้นคว้าวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกับทีมการตลาดให้แก่บริษัทในเครือ โดยใช้แนวคิดการวิจัยและพัฒนาให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตนที่เน้นความสำคัญในเรื่องมาตรฐาน ความปลอดภัย ความคุ้มค่า และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ โดยในแต่ละปีจะทำการค้นคว้าและพัฒนาให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ไม่น้อยกว่า 1,400 ผลิตภัณฑ์ ที่สามารถยื่นขอรับความคุ้มครองในทรัพย์สินทางปัญญาได้ถึง 200 ผลงาน

4. จากการศึกษาดูงานดังกล่าวสามารถนำมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ความงามของประเทศได้ ซึ่งควรส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคเอกชนของไทยคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากฐานความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมงานวิจัยของประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ โดยเฉพาะมุ่งเน้นผลงานวิจัยสารสกัดของพืชสมุนไพรไทยที่มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ พร้อมยกระดับคุณภาพเพื่อให้ได้การยอมรับจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ โดยมีหน่วยงานภาครัฐช่วยสนับสนุนผลักดันให้ภาคเอกชนมีช่องทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในการสร้างการรับรู้กระตุ้นให้เกิดความต้องการของตลาดสารสกัดที่ได้จากธรรมชาติของไทยโดยเฉพาะข้าวและสมุนไพร เพื่อก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ของประเทศในอนาคต