myweb


การปลูกหม่อน

E-mail Print PDF

 


แหล่งที่มา :

http://www.moac.go.th/builder/mu/mul.php

 

การเลือกพื้นที่

       หม่อน เป็นพืชทีสามารถปลูกขึ้นได้ดีในดินชุดต่าง ๆ เกือบทุกชนิด แต่การปลูกหม่อนเพื่อผลิตผลหม่อนจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ หลายด้าน ดังนี้

     ต้องเป็นพื้นที่ที่ไม่มีน้ำท่วมขัง หรือ ท่วมขังเป็นระยะเวลานาน ๆ มีการระบายน้ำดีและมีหน้าดินลึก

      ดินไม่เป็นกรด หรือด่างมากเกินไปค่า pHของดินควรอยู่ในระหว่าง 6.06.5

      สภาพ พื้นดินต้องเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยมีประวัติในการเกิดการระบาดโรครากเน่าของ หม่อนมาก่อน หากเคยมีประวัติดังกล่าวจะต้องแก้ปัญหาโดยการปลูกโดยใช้ต้นตอที่มีความทนทาน ต่อโรครากเน่า

      มีแหล่งน้ำที่สามารถให้น้ำได้ในช่วงที่ ฝนทิ้งช่วงในฤดูฝนหรือช่วงฤดูแล้ง โดยเฉพาะระหว่างเดือนมกราคม ถึงเดือนเมษายน ที่หม่อนกำลังติดดอกออกผลและเก็บเกี่ยวผลซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลผลิตผลหม่อน เป็นอย่างมาก

      พื้นที่คมนาคมสะดวกสามารถเข้าไปปฏิบัติงานได้ง่ายและขนส่งผลผลิตผลหม่อนได้สะดวก

      ไม่ อยู่ไกลจากตลาดและโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปผลหม่อนมากนัก ทั้งนี้เนื่องจากผลหม่อนเป็นผลไม้ที่เสียหายได้ง่ายหากมีการขนส่งเป็นระยะ ทางไกลและยาวนาน

 


 

การเตรียมดิน

   หลังจากการเลือกพื้นที่ ที่เหมาะสมในการทำสวนหม่อนแล้ว ควรกั้นรั้วเพื่อกันสัตว์ต่างๆเข้ามาทำลายแปลงหม่อน เช่น โค กระบือ ฯลฯ ก่อนปลูกหม่อนควรปฏิบัติดังนี้
    1. ไถดิน เพื่อพลิกดินชั้นล่างขึ้นชั้นบน แล้วตากแดดไว้ 2 -3 วัน ก็ทำการไถพลิกดินอีกเพื่อฆ่าแมลงศัตรูและฆ่าเชื้อโรคต่างๆที่อยู่ในดิน และเพื่อกำจัดวัชพืช
    2. ไถพรวน เพื่อให้ดินร่วนซุยเหมาะแก่การเจริญเติบโต
    3. ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด ไร่ละประมาณ 1,200 กิโลกรัม และปุ๋ยเคมีเพื่อเพิ่มอินทรีย์วัตถุในดินและเพื่อปรับปรุงคุณลักษณะของดินแล้วไถกลบ
    4.  กะระยะปลูกให้เหมาะสมเพื่อเตรียมปลูก

 


 

ระยะปลูก

   ระยะปลูกของหม่อนไม่เหมือนปลูกพืชชนิดอื่นๆ เพราะหม่อนเป็นพืชที่ต้องใช้ใบการกะระยะปลูกต้องคำนึงถึงทิศด้วย ควรปลูกจากทิศเหนือไปใต้ เพราะต้นหม่อนจะได้รับแสงแดดตลอดวัน นอกจากนี้คำนึงถึง
           - ความอุดมสมบูรณ์ของดิน ถ้าดินมีความอุดมสมบูรณ์ดี ระยะปลูกหม่อนควรจะกว้าง เพื่อต้นหมอนจะเจริญเติบโตแตกกิ่งก้านได้เต็มที่ แต่ถ้าดินไม่ค่อยมีความอุดมสมบูรณ์ระยะปลูกควรจะลดลงเพื่อจำนวนต้นจะได้ เพิ่มขึ้น
           - พันธุ์หม่อน ถ้าเป็นหม่อนที่แตกกิ่งก้าน ระยะปลูกควรจะห่างกันเพื่อต้นหม่อนจะได้แตกกิ่งก้านได้สะดวก แต่ถ้าเป็นพันธุ์ท่ไม่ค่อยแตกกิ่งก้านมากนัก ระยะปลูกควรจะลดลง
           - เครื่องทุ่นแรง ถ้าใช้เครื่องทุ่นแรงช่วยในการกำจัดวัชพืช ควรเว้นระยะระหว่างแถวให้กว้างพอเหมาะกับขนาดของเครื่องมือ ระยะปลูกที่เหมาะสม คือ

   

ชนิดเครื่องทุ่นแรง

ระหว่างแถว(เมตร)

ระหว่างต้น(เมตร)

จำนวนต้น/ไร่

1.เครื่องทุ่นแรงขนาดใหญ่

3.0

0.70

762

2.เครื่องทุ่นแรงขนาดกลาง

2.5

0.75

853

3.เครื่องทุ่นแรงขนาดเล็ก

2.0

0.75

1,066

4.แรงคนหรือสัตว์

1.5

0.75

1,422

         -ระยะเวลาการปลูกหม่อน ฤดูกาลที่เหมาะสมสำหรับการปลูกหม่อนคือ ในช่วงต้นฤดูฝนปลายเมษายนถึงเดือนพฤษภาคมหรือตามสภาพของฝนในแต่ละท้องถิ่น เนื่องจากดินมีความชุ่มชื้นดี หม่อนจะตั้งตัวได้เร็วและการเจริญเติบโตดี รากแข็งแรงแผ่กระจายได้ลึก เมื่อถึงฤดูแล้งของปีต่อไป หม่อนจะไม่ตาย แต่ถ้าปลูกในช่วงปลายฤดูฝนมากเกินไป จะทำให้หม่อนมีระยะเวลาในการเจริญเติบ โตสั้นมาก พอย่างเข้าฤดูแล้งต้นหม่อนบางส่วนอาจอ่อนแอ แคระแกร็นหรือตายได้ แต่ในสภาพที่สามารถให้น้ำได้ตลอดปี หรือสภาพดินที่ดีมีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในสวนหม่อนและการใช้วัสดุคลุมดินช่วย รักษาความชื้น หม่อนก็สามารถเจริญเติบโตได้ตามปกติ 

         - การเตรียมหลุม การเตรียมหลุมเป็นการเตรียมสภาพดินที่จะปลูกหม่อนให้เหมาะสมกับการเจริญเติบ โตของต้นหม่อนให้มากที่สุด ต้นหม่อนมีอายุยืนทนต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้ดี เช่นในช่วงฤดูแล้งหรือฝนทิ้งช่วง ถ้าเกษตรกรทำการเตรียมหลุมไว้อย่างดีต้นหม่อนจะสามารถเจริญเติบโตได้ตามปกติ สามารถให้ผลผลิตได้ตลอดปี วิธีการเตรียมหลุมมีสอง วิธี คือ
            - การขุดเป็นหลุมๆ ตามระยะปลูก ขนาดลึกประมาณ ๕๐ ซม. กว้าง ๕๐ ซม. ยาว ๕๐ ซม. รองก้นหลุมด้วยเศษหญ้า ฟางแห้งหรือซังข้าวโพดคลุกด้วยปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก จากนั้นกลบดิน ๑ ชั้นก่อนทำการปลูกหม่อน
            - ขุดหลุมเป็นร่องยาวตามแถวปลูก ขนาดกว้างและลึก ๕๐ ซม. ความยาวเท่ากับความยาวของแปลงหม่อน ใช้เศษหญ้า ฟางข้าว ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักรองก้นหลุม แล้วจึงเอาดินที่ขุดขึ้นกลบแล้วจึงนำท่อนพันธุ์ปักตามระยะที่กำหนด


 

วิธีการปลูก

   วิธีการปลูกหม่อนมีความสำคัญต่อการรอดของท่อนพันธุ์และการเจริญเติบโตของต้น หม่อน ถ้าปลูกไม่ถูกวิธีจะทำให้ต้นหม่อนเจริญเติบโตไม่สม่ำเสมอ จำนวนต้นหม่อนต่อพื้นที่น้อยลงทำให้สิ้นเปลืองแรงงานและค่าใช้จ่ายสูง วิธีการปลูกที่นิยมกันมีสองวิธี คือ
          ๑. นำท่อนพันธุ์ไปปลูกโดยตรงในแปลงที่เตรียมไว้
          ๒. นำท่อนพันธุ์ไปปักชำในแปลงเพาะชำก่อน แล้วจึงย้ายไปปลูกต่อไป
    การเตรียมท่อนพันธุ์ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมท่อนพันธุ์เพื่อปลูกในแปลงโดยตรง หรือเพื่อนำไปปักชำไว้ก่อนปลูกก็เตรียมท่อนพันธุ์ในลักษณะเดียวกันดังนี้
          ๑. เลือกกิ่งจากต้นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูง คุณภาพใบดี
          ๒. เลือกกิ่งที่มีอายุอยู่ในช่วง ๔ - ๑๒ เดือน ซึ่งเหมาะในการแตกรากและกิ่งก้านได้อย่างรวดเร็วและแข็งแรง กิ่งมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑ - ๑.๕ ซม. มีผิวเปลือกเป็นสีน้ำตาลมีตาที่สมบูรณ์ปราศจากโรคและแมลงศัตรูพืช เช่น รากเน่า ใบด่าง ถ้าอายุกิ่งอ่อนเกินไป อาหารที่สะสมไว้ในกิ่งจะไม่พอที่รากจะงอกได้ ถ้ากิ่งแก่เกินไปตาของกิ่งจะเป็นตาที่พักตัวหรือเรียกทั่วไปว่าตาฝ่อ การแตกกิ่งจะไม่ดี กิ่งที่เหมาะควรเป็นกิ่งที่ได้จากแปลงที่เตรียมไว้สำหรับทำกิ่งพันธุ์โดย เฉพาะ ซึ่งมีการดูแลรักษาและใส่ปุ๋ยเป็นอย่างดี เพื่อให้กิ่งพันธุ์มีอาหารเพียงพอ
          ๓. ตัดท่อนพันธุ์ด้วยการการไกรตัดแต่งกิ่งหรือมีมีดคมๆเพื่อไม่ให้ท่อนพันธุ์ ฉีกและซ้ำได้ให้ท่อนพันธุ์มีขนาดความยาวท่อนละประมาณ ๒๐ ซม. หรือมีตาหม่อนอยู่บนท่อนพันธุ์ประมาณ ๔ - ๕ ตา โดยตัดส่วนบนของท่อนพันธุ์ให้มีลักษณะตรงเหนือตาบนสุดประมาณ ๑ ซม. (ถ้าตัดเฉียงจะทำให้มีการคายน้ำสูง และอาจผิดพลาดเวลาปลูก) ส่วนโคนของท่อนพันธุ์ตัดเฉียงประมาณ ๔๕ องศา เป็นรูปปากฉลากตัดต่ำกว่าข้อตาล่างสุดประมาณ ๑.๕ ซม. โดยให้ด้านเฉียงอยู่ตรงข้ามกับตาล่างสุด
          ๔. หลังจากเตรียมท่อนพันธุ์เสร็จแล้ว ควรรีบนำไปปลูกหรือปักชำทันที ถ้าหากไม่สามารถนำไปปลูกหรือชำได้ทันทีให้เอาท่อนพันธุ์เก็บไว้ในร่ม ใช้แกลบเผาหรือขี้เลื่อยหรือกระสอบคลุมไว้แล้วรดน้ำให้ชุ่มวันละครั้ง จะสามารถเก็บท่อนพันธุ์ไว้ได้นาน ๒ สัปดาห์ในหน้าฝนหรือ ๑ สัปดาห์ในหน้าแล้ง
          ในกรณีที่กิ่งพันธุ์ที่เกษตรกรไปขอรับจากแหล่งขยายพันธุ์ถูกทิ้งไว้หลายวัน ซึ่งทำให้กิ่งและตาเหี่ยว เมื่อนำไปปลูกจะทำให้มีเปอร์เซ็นต์ตายสูง ดังนั้น ควรบ่มท่อนพันธุ์เสียก่อนโดยกานำท่อนพันธุ์ที่เตรียมแล้วมามัดรวมกันมัดละ ประมาณ ๑๐๐ ท่อน วางเรียงแถวตั้งเป็นกองไว้ในร่ม คลุมด้วยเศษหญ้าหรือเศษฟางแล้วรดน้ำวันละ ๑ - ๒ ครั้ง ประมาณ ๑ สัปดาห์กิ่งพันธุ์จะมีลักษณะสด ตาสีเขียวตูม เมื่อนำไปปลูกในแปลงที่เตรียมไว้จะทำให้เปอร์เซ็นต์การงอกสูง

 


 

วิธีปลูก

     ๑. ปลูกในแปลงโดยตรง เมื่อทำการเตรียมหลุมปลูกหม่อนเรียบร้อยแล้ว ใช้หลักไม้ไผ่ปักหัวตามแนวที่ต้องการ นำเชือกที่ได้ทำเครื่องหมายกะระยะระหว่างต้นไว้เรียบร้อยแล้ว ขึงให้ตึงระหว่างหลักทั้งสอง แล้วให้นำท่อนพันธุ์หม่อนซึ่งเตรียมไว้ปลูกหลุมละ ๒ ท่อน ปลูกโดยปักท่อนพันธุ์ตั้งฉากกับพื้นดิน โดยปักลงในหลุมที่เตรียมไว้ ลึกลงในดิน ๓ ใน ๔ ส่วนของความยาวท่อนพันธุ์หรือมีตาอยู่เหนือพื้นดิน ประมาณ ๑ ตา ในฤดูแล้งหรือในดินที่มีความชื้นในดินลึกหรือปักลึก ๑ ใน ๒ ของความยาวท่อนพันธุ์ โดยให้มีตาเหนือพื้นดินประมาณ ๓ ตาในฤดูฝน
     ๒. การปลูกโดยวิธีย้ายกล้าต้นหม่อน นำเอากิ่งหม่อนที่ปักชำไว้ในแปลงเพาะชำนำมาปลูกในแปลงหรือหลุมที่เตรียมไว้ เพื่อให้ต้นกล้าที่ย้ายปลูกมีอัตรารอดสูง ควรคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้คือ
          ๒.๑ อายุต้นกล้าไม่ควรน้อยกว่า ๔ เดือน (คะเนดูให้มีส่วนสีน้ำตาล ซึ่งจะทำให้ต้นกลาต้งตวได้ดี)

การเปรียบเทียบอัตราการรอดและการเจิญเติบโตของหม่อนท่ปลูกในแบบต่างๆ

วิธีการปลูก

เปอร์เซ็นต์การรอด

เฉลี่ย(ซม.)
ความยาวของกิ่ง

เฉลี่ยจำนวน
กิ่ง/ต้น

๑.กิ่งปลูกในไร่โดยตรง

๖๒

๗๕

๒.๗

๒.ปลูกด้วยต้นชำอายุ ๒ เดือน

๑๒

๑.๙

๓.ปลูกด้วยต้นชำอายุ ๔ เดือน

๘๕

๙๑

๒.๘

๔.ปลูกด้วยต้นชำอายุ ๑ ปี

๙๒

๙๘

๘.๒

        ๒.๒ สภาพของแปลงปลูก ควรเป็นแปลงที่เตรียมดินไว้เรียบร้อยแล้ว ดินมีความชุ่มชื้นพอเหมาะ
         ๒.๓ ระยะเวลาที่ปลูก ควรเป็นช่วงฤดูฝน แต่ถ้าดินมีการรักษาความชื้นได้ดี ก็สามารถปลูกในปลายฤดูฝนได้
         ๒.๔ การเตรียมต้นกล้าก่อนปลูก ควรคัดเลือกต้นกล้าหม่อนที่ปราศจากโรคใบด่างก่อนปลูก ตัดกิ่งแขนงที่แตกออกมาให้เหลือประมาณ ๑๕ - ๒๐ ซม. จากท่อนพันธุ์เดิม เพื่อลดการคายน้ำของต้นกล้าหม่อนในขณะที่รากหม่อนยังไม่สามารถทำงานได้ และช่วยให้ตาใหม่แตกขึ้นมาได้รวดเร็วขึ้น ถ้าหากมีรากยาวและจำนวนมากก็ตัดทิ้งบ้าง
         ๒.๕ ในการปลูกควรขุดหลุมปลูก ปลูกให้ท่อนพันธุ์เดิมจมลงไปในดินโผล่ขึ้นมาเฉพาะกิ่งแขนงใหม่เท่านั้น หลังจากปลูกแล้วเหยียบดินรอบโคนต้นให้แน่นพอควร

 
 
You are here: Home เกี่ยวกับหม่อน ข้อมูล การปลูก และการดูแล การปลูกหม่อน

ติดต่อเรา

สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)

2003/61 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 (ดูแผนที่คลิ๊กที่นี่)

โทรศัพท์ 0-2579-7435   โทรสาร 0-2579-7235 

e-mail : arda@arda.or.th