การแปรรูปถั่วเหลือง
       
ผลผลิตถั่วเหลืองเป็นปัจจัยสำคัญในการแปรรูปเชิงอุตสาหกรรมที่สำคัญ และมีคุณค่าในการบริโภค เช่น น้ำนมถั่วเหลือง แป้งถั่วเหลือง กากถั่วเหลืองสำหรับอาหารสัตว์ นอกจากนี้ยังมีการแปรรูปในลักษณะของเครื่องบริโภคหลากหลายชนิด ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้นำมาเผยแพร่สำหรับเกษตรกรและผู้สนใจผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้จาก การแปรรูปของถั่วเหลืองที่ศูนย์วิจัยพืชไร่เชียงใหม่ได้เผยแพร่สู่เกษตรกรและผู้สนใจ มีดังนี้
 
 
 
 
เต้าเจี้ยว เต้าหู้ขาว
เต้าฮวย นมถั่วเหลือง (น้ำเต้าหู้)
ไอศกรีมถั่วเหลือง ขนมรังผึ้งเชียงใหม่
ซุบถั่วเหลือง ขนมหม้อแกงจากถั่วเหลือง
เค้กถั่วเหลือง ขนมทองม้วนถั่วเหลือง
น้ำมันถั่วเหลือง  
       
 
 
เต้าเจี้ยว
 
เต้าหู้ขาว
ส่วนผสม
 
ถั่วเหลือง
1 กิโลกรัม
 
แป้งสาลีหรือแป้งข้าวเจ้าคั่วพอเหลืองนวล
400 กรัม
  (ใช้แป้งสาลีจะได้เต้าเจี้ยวที่มีกลิ่นหอมกว่า)    
 
น้ำเกลือจำนวน
2 ลิตร
  (เตรียมจากเกลือ 400 กรัม ผสมน้ำ 2 ลิตร ต้มให้เดือด)
 
ส่าเชื้อราแอสเปอร์จิลลัสออไรซี่
(Aspergillus oryzae)
1 ช้อนชา
  (แต่ถ้าใช้ถั่วเหลือง 25 กิโลกรัม ใช้เชื้อรา 2 ช้อนโต๊ะ ก็พอเพียง)
วิธีทำ
1.
ต้มถั่วเหลืองพอสุก ทิ้งไว้ให้เย็นและผึ่งบนตะแกรงให้หมาดน้ำ
2.  
นำส่าเชื้อราผสมแป้งเล็กน้อยคลุกเคล้าให้ทั่ว
3. 
นำถั่วเหลืองใส่กระด้งไม้ไผ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 50 เซนติเมตร แล้วเกลี่ยให้สม่ำเสมอ
4.  
ใส่แป้งที่ได้คลุกเชื้อราวางบนถั่วกลางกระด้ง
5.    
ใส่เชื้อราที่ผสมแป้งลงไปบนแป้งกลางกระด้งแล้วคลุกแป้งกับเชื้อราให้เข้ากันอีกครั้ง
6.   
คลุกเคล้าเมล็ดถั่วกับแป้ง ให้แป้งติดเมล็ดอย่างสม่ำเสมอทุกเมล็ด
7. 
เกลี่ยถั่วเหลืองให้หนา 2-3 เซนติเมตร ปิดด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำบีบพอหมาด ๆ
8.
นำกระด้งไปวางบนชั้นในห้อง ซึ่งพื้นที่วางโปร่งมีการระบายอากาศดี
9.
หลังจากทิ้งไว้ 3-4 วัน จะมีเชื้อราสีเขียวอมเหลืองคลุมถั่วทั้งหมด    
10. 
คลุกถั่วเหลืองในกระด้งให้เมล็ดแยกออกจากกัน (ในระหว่างการคลุก เชื้อรา จะฟุ้งกระจาย ดังนั้นควรคลุมกระด้งด้วยพลาสติกใส กันการฟุ้งกระจาย และควรใส่ถุงมือยางด้วย)
11.
นำถั่วใส่ตุ่มเคลือบแล้วเติมน้ำเกลือ (การเตรียมน้ำเกลือควรทำล่วงหน้าไว้ก่อน 1 วัน)
12. 
ปิดฝาตุ่มแล้วยกไปตั้งกลางแจ้ง ระวังอย่าให้ถูกน้ำค้างหรือน้ำฝน (ในระหว่างการดองควรใช้พายคนให้ทั่วสัปดาห์ละครั้ง)
13. 
หลังจากหมักไว้นาน 3-4 เดือน นำไปต้มจนเดือดนาน ๆ เพื่อให้เชื้อราตายและหยุดการเจริญ แล้วเติมน้ำตาลทราย 100 กรัม ยกลง
14. 
ล้างขวดให้สะอาด พร้อมฝาแล้วต้มขวดด้วยน้ำร้อนเดือด ลวกฝาจุกด้วยน้ำเดือด (เพื่อมิให้ขวดแตก ควรบรรจุน้ำเย็นลงในขวดและนอนขวดในหม้อต้ม ต้มจนเดือดขวดจะไม่แตก)
15.
บรรจุเต้าเจี้ยวลงขวด ทิ้งไว้จนเต้าเจี้ยวเย็น แล้วจึงปิดฝาให้สนิทไม่ให้อากาศเข้า
แหล่งผลิตเชื้อราสำหรับทำเต้าเจี้ยว
  ร้านกิจมงคลชัย 47 หมู่ 7 ต.โพสะ อ.เมือง จ.อ่างทอง 14000
การลงทุนทำเต้าเจี้ยว
  สำหรับเต้าเจี้ยวใช้เมล็ดถั่วเหลือง 10 กิโลกรัม
  อุปกรณ์   600   บาท  
  วัตถุดิบ   200-300   บาท  
  รายได้   1,250   บาท  
  กำไรสุทธิ 300-400   บาท  
  คุ้มทุน 2-3   เดือน  
  แรงงาน   1-2   คน  
ตลาด  
  สามารถบรรจุขายส่งตามร้านอาหารและวางขายตามร้านทั่วไปหรือขายส่งเป็นกิโลกรัม

 
ส่วนผสม   (สำหรับทำเต้าหู้ขาว 4 แผ่น)
  ถั่วเหลือง 500 กรัม
  น้ำสะอาด 2.5 ลิตร
  แมกนีเซียมซัลเฟต 2 ช้อนโต๊ะ (20 กรัม)
วิธีทำ
1. 
ล้างถั่วให้สะอาด แช่น้ำประมาณ 3-4 ชั่วโมง แล้วสงขึ้นจากน้ำ
2. ตวงน้ำ 2.5 ลิตร ปั่นกับถั่วแล้วกรองเอากากออก
3.  
นำน้ำนมมาต้มให้เดือด ยกลง ให้อุณหภูมิของน้ำนมลดลง เหลือประมาณ 80 องศาเซลเซียส หรือรอให้เย็น 2-3 นาที (ถ้ามีเทอร์โมมิเตอร์วัดก็ยิ่งดีเพราะอุณหภูมิของน้ำนม มีความสำคัญที่จะทำให้เต้าหู้จับตัวเป็นก้อน)
4.  
เตรียมสารแมกนีเซียมซัลเฟต 2 ช้อนโต๊ะ ละลายน้ำเปล่า 1 ใน 3 ถ้วย คนจนแมกนีเซียมซัลเฟตละลายสีใส พออุณหภูมิของนมถั่วเหลืองลดลงมาได้ 80 องศาเซลเซียส เทแมกนีเซียมซัลเฟต ลงในน้ำนม ค่อย ๆ เทวนใช้พายค่อย ๆ คนเบา ๆ จนเห็นว่ามีตะกอนเป็นก้อนขาวแยกตัวออก เอาผ้าขาวรองในพิมพ์ตักตะกอนขาวใส่ในพิมพ์ แล้วทับด้วยผ้าขาวบางอีกที แล้วใช้น้ำหนักพอเหมาะกับพิมพ์ กดทับก้อนเต้าหู้ไว้ เพื่อกำจัดน้ำเพื่อให้เต้าหู้จับเป็นก้อน ก็จะได้เต้าหู้ขาว ที่อุดมด้วยโปรตีนนำไปประกอบอาหารได้ตามต้องการ
หมายเหตุ  
แมกนีเซียมซัลเฟตหรือดีเกลือ หาซื้อได้ตามร้านขายยาจีนทั่วไป
- ถ้าใส่ดีเกลือมากเกินไป จะทำให้เต้าหู้ขาวมีรสขม
- พิมพ์ที่ใช้ทำเต้าหู้อาจใช้ตะกร้าพลาสติก หรือตะกร้าไม้ไผ่มีรูด้านล่าง และข้าง ๆ ให้น้ำออกได้ 2 ใบ ซ้อนกันได้ ขนาดประมาณ 5 นิ้ว ยาว 10 นิ้ว ลึก 3-4 นิ้ว
การลงทุนทำเต้าหู้ขาว
    อุปกรณ์  7,000   บาท
   วัตถุดิบ    100   บาท
  รายได้        500   บาท
  กำไรสุทธิ     300   บาท
  คุ้มทุน  20-30    วัน
  แรงงาน   1     คน
ตลาด      
  ทำขายตามตลาดสดทั่วไป      
จุดที่น่าสนใจ      
  สามารถนำไปทอดขายเป็นอาหารว่าง ตามตลาดหรือทอดขายหน้าบ้านได้
 
เต้าฮวย
 
นมถั่วเหลือง (น้ำเต้าหู้)
ส่วนผสม
  น้ำนมถั่วเหลืองชนิดข้น         6 ถ้วย
  หินอ่อน (แคลเซี่ยมซัลเฟต)  2 ช้อนโต๊ะ
  แป้งมันสำปะหลัง                2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1.
เตรียมน้ำนมถั่วเหลือง โดยใช้ถั่วเหลือง 500 กรัม ต่อน้ำ 2.5 ลิตร (วิธีเตรียมเช่นเดียวกับเต้าหู้ขาว)
2.
นำน้ำนมถั่วเหลืองตั้งไฟให้เดือดพล่าน
3.
เตรียมละลายหินอ่อนและแป้งมันรวมกัน ใส่น้ำพอสมควร เทลงในชามอ่าง หรือถังไม้อย่าให้ตกตะกอน
4.
รีบเทน้ำนมถั่วเหลืองที่ต้มเดือดลงในชามอ่างโดยเร็วไม่ต้องคนเต้าฮวยจะแข็งตัวภายใน 5 นาที
5.
ทิ้งให้เย็น รับประทานกับน้ำขิง โรยด้วยงาดำคั่วป่น จะช่วยเสริมแคลเซียมได้อีกมาก
หมายเหต
 
- หินอ่อนหรือเจี๊ยะกอ ลักษณะเป็นก้อนสีเทาอ่อน หาซื้อได้จากร้านขายยาจีนทั่วไป แต่เป็นหินอ่อนที่ยังไม่ได้สะตุเอาน้ำออก วิธีสะตุเอาน้ำออกก็คือนำไปเผาไฟจนเป็นก้อนขาว แล้วนำมาบดให้ละเอียดและร่อนเก็บไว้ในภาชนะปิดสนิทไม่ให้อากาศเข้าได้ จะใช้ทำเต้าฮวยได้อีกนาน
 
ส่วนผสม
  ถั่วเหลือง                                            1 กิโลกรัม
  น้ำสะอาด                                          12  ลิตร
  น้ำตาลทรายขาว                                   1 กิโลกรัม
  ใบเตยล้างสะอาด                                ใบตัดเป็นท่อน ๆ
  เกลือเสริมไอโอดีน                               ช้อนชา
วิธีทำ
1. แช่ถั่วเหลืองในน้ำสะอาดนาน ประมาณ 6 ชั่วโมง
2. เทน้ำออกแล้วล้างให้สะอาด  
3. สงขึ้นจากน้ำแล้วนำมาบดกับน้ำสะอาด 12 ลิตร  
4. กรองกากถั่วเหลืองออกด้วยผ้าขาวบาง
5. นำน้ำนมถั่วเหลืองที่ได้มาต้มกับใบเตยให้เดือดแล้วใส่น้ำตาลและเกลือคนให้น้ำตาลละลายยกลงกรองอีกครั้ง รับประทานได้
หมายเหตุ
  ขณะต้มต้องหมั่นคนอยู่เสมอ มิฉะนั้นจะไหม้ได้ง่าย
การลงทุนนมถั่วเหลือง (น้ำเต้าหู้) ถั่วเหลือง 5 กิโลกรัม
  อุปกรณ์สำหรับใช้ระยะยาว    15,000 บาท
  วัตถุดิบ  150 บาท
  รายได้   252 บาท
  กำไรสุทธิ  357 บาท
  แรงงาน ในครอบครัว  2 คน
ตลาด
  ส่งตามบ้านและส่งขายตามโรงเรียนต่าง ๆ
แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์
  ต้องบรรจุขวดส่ง
 ไอศกรีมถั่วเหลือง  
 
ขนมรังผึ้งเชียงใหม่
ส่วนผสม
  ถั่วเหลือง   1 กิโลกรัม
  น้ำสะอาด    12 ลิตร
  น้ำตาลทราย   1.7 กิโลกรัม
  เกลือป่น  2 ช้อนชา
  ใบเตยล้างสะอาดตัดเป็นท่อน ๆ     5 ใบ
วิธีทำ
1. แช่ถั่วเหลืองในน้ำสะอาดนาน ประมาณ 6 ชั่วโมง เทน้ำทิ้ง แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด
2. สงขึ้นจากน้ำแล้วนำมาบดกับน้ำสะอาด  12 ลิตร
3. กรองกากถั่วเหลืองออก
4. นำน้ำนมถั่วเหลืองที่ได้มาต้มกับใบเตยพอเดือดใส่น้ำตาลเกลือคนให้ละลาย
5. กรองอีกครั้ง แล้วทิ้งให้เย็น
6. นำมาผสม ข้าวโพดหวาน ขนุน ฯลฯ แล้วเข้าเครื่องปั่นจนแข็งรับประทานได้
หมายเหตุ
- ถ้าทำไอครีมรับประทานในครอบครัว ทำได้โดยนำเข้าตู้เย็นช่องแช่แข็ง (แต่ยังไม่ต้องใส่ข้าวโพดหรือขนุน)
- เมื่อเริ่มแข็งตัว เรานำเอาออกมาใช้ส้อมตีหรืออาจใช้เครื่องผสมอาหารตีให้ละเอียดเสียก่อน แล้วจึงใส่ข้าวโพดหรือขนุนนำเข้าตู้เย็นอีกครั้ง จนกระทั่งแข็งตัวนำออกมารับประทานได้
การลงทุน
  อุปกรณ์    15,000-17,000 บาท
  วัตถุดิบ 100 บาท
  รายได้  400  บาท / 12 ลิตร
  คุ้มทุน                          เดือน
  แรงงาน                         คน
ตลาด
  ส่งร้านอาหาร/ขายเองย่านชุมชน
จุดที่น่าสนใจ
  เป็นอาหารคลายร้อยแล้วให้ประโยชน์ต่อร่างการอย่างมาก
 

ส่วนผสม

  แป้งถั่วเหลือง                                    2 ½ ถ้วย
  นมถั่วเหลือง                                           1 ถ้วย
  น้ำมันถั่วเหลือง                                        1 ถ้วย
  ไข่แดงตีพอแตก (ขนาดกลาง)                   5 ฟอง
  เกลือป่นเสริมไอโอดีน                               1 ช้อนชา
  วานิลลา                                                  2 ช้อนชา
  ไข่ขาว (ขนาดกลาง)                                 5 ฟอง
  น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี                                1 ถ้วย

วิธีทำ

1. ผสมแป้งถั่วเหลือง นมถั่วเหลือง และเกลือ คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วค่อย ๆ เทน้ำมันผสมให้เป็นเนื้อเดียวกันใส่ไข่แดงเคล้าผสมให้ทั่ว อย่าให้แป้งเป็นเม็ด
2. ตีไข่ขาวให้ขึ้นฟูแข็ง ค่อย ๆ โรยน้ำตาลทีละน้อยจนหมด
3. เทส่วนผสมในข้อที่ 1 ลงในส่วนผสมข้อที่ 2 ใช้พายคนไปทางเดียวกันเบา ๆ ให้เข้ากัน ใส่วานิลลา คนอีกครั้ง
4. ตักหยอดใส่พิมพ์ขนมรังผึ้ง (ใช้พิมพ์รังผึ้งไฟฟ้าจะดีที่สุด) แต่ใช้พิมพ์รังผึ้งแบบใช้ถ่านจะติดพิมพ์ไม่เป็นรูปร่าง ถ้าไม่มีพิมพ์ก็ใช้หยอดบนกระทะแบนที่ทาน้ำมัน ซึ่งทำเช่นเดียวกับแพนเค้กก็ได้ หรือถ้ามีเตาอบก็ใส่ถ้วยอบ หรือใช้อบพิมพ์ขนมไข่ก็ได้เช่นเดียวกัน
การลงทุนขนมรังผึ้งเชียงใหม่ (ต่อส่วนผสม 1 ครั้ง)
  อุปกรณ์  500 บาท
  วัตถุดิบ                 35 บาท
  รายได้                175 บาท
  กำไรสุทธิ     140 บาท
  แรงงาน     1 คน
ตลาด 
  ทำขายตามตลาดทั่วไป
จุดที่น่าสนใจ
  สามารถนำไปขายตามตลาด

 

ซุบถั่วเหลือง
 
ขนมหม้อแกงจากถั่วเหลือง
ส่วนผสม
  น้ำสะอาด    6 ถ้วย
  แครอทหั่นฝอย    1 ถ้วย
  เต้าหู้สี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็ก ๆ 1 ถ้วย
  หอมใหญ่หั่นชิ้นเล็ก ๆ 1 ถ้วย
  เต้าเจี้ยวบดละเอียด                        1/3-1/2 ถ้วย
  ต้นหอมญี่ปุ่นซอยละเอียด 
(ใช้ต้นหอมแบ่งแทนได้)
1 ถ้วย
วิธีทำ
1. ต้มน้ำให้เดือด ใส่แครอท เต้าหู้แข็ง ต้มให้สุก แล้วใส่หอมใหญ่
2. แบ่งตักน้ำซุป 1 ถ้วย ใส่เต้าเจี้ยวลงละลายในน้ำซุป แล้วเทใส่หม้อตามเดิม คนให้เข้ากัน
3. ตักใส่ถ้วย โรยด้วยต้นหอมญี่ปุ่น รับประทานได้
หมายเหตุ
- ผักที่ใส่ในซุป จะเปลี่ยนเป็นฟักทอง ผักใบเขียว หรือเห็ดก็ได้
- ใช้เต้าเจี้ยวที่ทำเอง จะมีความเค็มน้อย และกลิ่นหอม
- ต้นหอมญี่ปุ่น มีวางจำหน่ายโดยโครงการดอยคำ
- ใช้เต้าหู้ทอด แล้วซอยเป็นแผ่นบาง ๆ ใส่เพิ่มอีกได้

 

 
ส่วนผสม
  ถั่วเหลืองนึ่งสุกบดละเอียด    1 กิโลกรัม
  ไข่เป็ด     20 ฟอง
  น้ำตาลปี๊บ                                      1.5 กิโลกรัม
  หัวกะทิ        1 กิโลกรัม
  เกลือ          1 ช้อนโต๊ะ
  หอมแดง         10-15 หัว
  น้ำมันพืช          3 ช้อนโต๊ะ
  ใบเตย  5-6 ใบ
 

แป้งสาลี   

1.5 ถ้วย
วิธีทำ
1. นำถั่วเหลืองที่แช่น้ำไว้ 8-10 ชั่วโมง สงขึ้นแล้วนำมานึ่ง
2. ต่อยไข่ใส่ภาชนะ ตีให้ละเอียดแล้วนำส่วนผสม (น้ำตาล เกลือ กะทิ ผสมให้เข้ากันพร้อมกับใบเตยบด กรองด้วยผ้าขาวบาง นำถั่วเหลืองและแป้งสาลีลงผสม คนให้เข้ากัน แล้วนำไปบดให้ละเอียด
3. นำส่วนผสมใส่กระทะทองเหลือง ตั้งไฟกวนให้ข้นเหนียว แล้วใช้น้ำมันพืชทาพิมพ์ให้มัน
4. เทใส่แม่พิมพ์อะลูมิเนียม แล้วใช้น้ำมันทาหน้าอีกที นำไปเข้าเตาอบ อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส ใช้เวลา 45 นาที พอหน้าขนมเริ่มเหลืองแตกมัน ยกออกรอให้ขนมเย็น จึงตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม โรยหน้าด้วยหอมเจียว
ต้นทุนการผลิต
  ถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม 20 บาท
  ไข่เป็ด 20 ฟอง                                                               40    บาท
  หัวกะทิ 1 กิโลกรัม 25 บาท
  น้ำตาลปี๊บ 1.5 กิโลกรัม 24 บาท
  เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ ใบเตย 5-6 ใบ แป้งสาลี 1.5 ถ้วย               10 บาท
  รวม                 119 บาท
ค่าตอบแทน  ขนมหม้อแกงที่ทำสามารถผลิตได้ 2 ถาด ถาดละ 42 ชิ้น จำหน่ายได้ 140-170 บาท
คุณค่าทางโภชนาการ
  ให้โปรตีน                                34      เปอร์เซ็นต์
  ไขมัน                                      17.7   เปอร์เซ็นต์
  แร่ธาตุ
  ไวตามินต่าง ๆ เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส โปตัสเซียม เหล็ก
เค้กถั่วเหลือง
 
ขนมทองม้วนถั่วเหลือง
ผลไม้แต่งหน้าเค้ก
  ผลไม้กระป๋อง 1-1/2 ถ้วย (สับประรดแว่น เงาะ ลิ้นจี่ สตรอเบอรี่ วางไว้บนตะแกรง เอาน้ำออกให้หมด)
 
ผลไม้แห้ง 1/2 ถ้วย (กล้วยตาก ลำใยแห้งหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ)
ส่วนผสมหน้าเค้ก
  น้ำตาลทรายแดง (น้ำตาลอ้อย) 1/3 ถ้วย
  เนยสด  2 ช้อนโต๊ะ
  น้ำผลไม้กระป๋อง (น้ำสับปะรดแว่น) 1/3 ถ้วย

วิธีทำหน้าเค้ก

1.
ใส่น้ำตาลทรายแดงลงในหม้อ เติมน้ำผลไม้ ตั้งไฟให้เดือดและเคี่ยวไฟอ่อน ๆ จนเป็นยางมะตูม แล้วใส่เนยสดคนจนละลาย ยกลงทิ้งไว้ให้เย็น
2. นำพิมพ์มาทาเนยให้ทั่ว แล้ววางผลไม้จัดวางให้สวยงาม
3. เทส่วนผสมข้อ 1 ลงไป แล้วพักไว้
ส่วนผสมตัวเค้ก
  แป้งถั่วเหลือง                           1 ถ้วย
  แป้งสาลีชนิดทำเค้ก                 1 ถ้วย
  ผงฟู                                        2 ช้อนชา
  เกลือ                                    1/4 ถ้วย
  เนยสด                                     1 ถ้วย
  ไข่ไก่ขนาดกลาง                      4 ฟอง
(หรือขนาดใหญ่ 3 ฟอง)
 

นมถั่วเหลือง                           

2 ช้อนโต๊ะ
  วานิลลา                                    1 ช้อนชา
  น้ำตาลทราย                           3/4 ถ้วย

วิธีทำตัวเค้ก

1. ร่อนแป้งถั่วเหลือง และแป้งสาลี แล้วตวงอย่างละ 1 ถ้วย ผสมแป้งทั้ง 2 ชนิดเข้าด้วยกัน ใส่ผงฟู และเกลือ ร่อนอีก 1 ครั้ง พักไว้
2. ตีเนยกับน้ำตาลจนเป็นครีมขาวฟู
3. ลดความเร็วของเครื่องตีเนยลง และใส่ไข่ทีละฟองตีนจนเข้ากันดีกับเนย
4. ใส่แป้งที่ผสมแล้วจากข้อ 1 (แบ่งใส่ครั้งละ 1/2 ถ้วย) คนเบา ๆ ไปทางเดียว แล้วเทนมลงไป 1/2 ช้อนโต๊ะ คนเบา ๆ ทำเช่นนี้สลับกันไปรวม 4 ครั้ง จนหมดแป้ง เติมวานิลลาคนให้เข้ากัน
5. ตักใส่พิมพ์ที่วางผลไม้เข้าเตาอบ อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส นานประมาณ 45 นาที หรือจนขนมสุก
6.
ใช้ไม้จิ้มเค้กดู ถ้าเค้กแห้งไม่ติดไม้ แสดงว่าสุก นำออกจากเตาอบแล้วคว่ำพิมพ์กับตะแกรง ยกพิมพ์ออกจะเห็นหน้าเค้กออกมาสวยงาม

หมายเหตุ  วิธีการทำแป้งถั่วเหลือง

1. ทำความสะอาดเมล็ดถั่วเหลือง โดยคัดเมล็ดเสียและสิ่งเจือปนออก
2. นำเข้าตู้อบอุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส นานประมาณ 20 นาที หรือตากแดดให้แห้งประมาณ 2 วัน
3. นำออกมาบดละเอียด แล้วร่อนด้วยตะแกรงร่อนแป้ง นำไปทำขนมหรือผสมอาหารอื่น ๆ ได้ตามใจชอบ
4. แป้งถั่วเหลืองที่ทำใหม่ ๆ จะมีกลิ่นหอมชวนรับประทานให้โปรตีนสูง
การลงทุนทำเค้กถั่วเหลือง
  อุปกรณ์                  4,085 บาท
  วัตถุดิบ                      145 บาท
  รายได้                        240 บาท
  กำไรสุทธิ/ก้อน  122 บาท
  แรงงาน  1 คน
ตลาด
  ทำส่งตามร้านขายขนมทั่วไป
 

ส่วนผสม

   
  แป้งถั่วเหลือง 500  กรัม
  แป้งมันสำปะหลัง                                250 กรัม
  แป้งสาลี  250 กรัม
  กะทิ 3 ถ้วยตวง
  ไข่ไก่   1 ฟอง
  เกลือ  1 ช้อนชา
  เนยละลาย (ละลายด้วยความร้อน)  1 ขีด
  งาดำ  งาขาว  2 ช้อนโต๊ะ
  น้ำตาลปี๊บ     250 กรัม
วิธีทำ
 
ผสมทุกส่วนเข้าด้วยกัน  ด้วยเครื่องผสมแป้งหรือเครื่องตีไข่  ผสมเข้าที่แล้ว เสียบไฟ เตาปิ้งให้ร้อน เอาเนยหรือน้ำมันพืชทาพิมพ์ครั้งแรก แล้วหยอดแป้งที่ผสมไว้  จนสุกเหลืองก็แซะออกม้วนทันที การลงทุนทำขนมทองม้วน
การลงทุนทำขนมทองม้วน    
  อุปกรณ์  6,000  บาท
  วัตถุดิบ          46 บาท
  รายได้          200 บาท
  กำไร            154 บาท
  แรงงาน            1 คน
ตลาด     
  สามารถบรรจุถุงส่งตลาดและร้านขายขนมทั่วไป    
       
น้ำมันถั่วเหลือง
        เป็นน้ำมันที่มีคุณภาพดีมีกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัว (Unsaturated Fatty Acid) 80 - 85 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอล น้ำมันถั่วเหลืองใช้สำหรับปรุงอาหาร ทำปลากระป๋อง เนยเทียม น้ำมันสลัด สีหมึก กลีเซอรีน และสบู่ ส่วนกากถั่วเหลืองที่สกัดน้ำมันออกแล้ว นำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ได้อย่างดีเพราะมีโปรตีนสูงประมาณ 40 - 45 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันมีโรงงานสกัดน้ำมันถั่วเหลือง จำนวน 9 โรงงาน มีกำลังการผลิตรวมกันจะใช้เมล็ดถั่วเหลืองประมาณ 1 ล้านตันต่อปี สำหรับกรรมวิธีการผลิตน้ำมัน ถั่วเหลืองดิบแบบสกัด (Extraction of Soybean Oil Process) และกรรมวิธีในการผลิตน้ำมัน ถั่วเหลืองบริสุทธิ์ (Refining Soybean Oil Process) เมล็ดถั่วเหลือง 100 กิโลกรัม เมื่อสกัดน้ำมันแล้วจะได้น้ำมันประมาณ 14.5 - 16.2 เปอร์เซ็นต์ และได้กากถั่วเหลืองประมาณ 77 - 78 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกากถั่วเหลืองจะเป็นผลผลิตหลักของโรงงานสกัดน้ำมันถั่วเหลือง มีโปรตีนสูงประมาณ 40 - 45 เปอร์เซ็นต์ และพบว่า เป็นแหล่งของอาหารโปรตีนที่ดีมากอย่างหนึ่ง แต่ในประเทศไทยยังไม่มีอุตสาหกรรม ที่ใช้กาก ถั่วเหลืองไปแปรรูปเป็นอาหารมนุษย์ เพื่อบริโภค ดังนั้น กากถั่วเหลืองจึงนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่พอใช้ภายในประเทศต้องนำเข้าจากต่างประเทศปีละหลายแสนตัน

 

     
 
     
  ___________________________________________________________________________________________________  
 

ที่มา: 1. สำนักส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี (สส.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
             http://www.ttc.most.go.th/journal/food/lamyai.htm
         2. กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

             http://library.dip.go.th/multim/edoc/08766.doc