หน้าหลัก
งานวิจัย
สิทธิบัตร
พืชเศรษฐกิจ
การแปรรูป
เครื่องมือเครื่องจักรการเกษตร
ข้อมูลสารสนเทศเชิงลึก
ตลาดเทคโนโลยี
ผลงานวิจัยและพัฒนาของสวก.
ข่าวสาร/กิจกรรม
ติดต่อสวก.
เครื่องจักรในการ
ผลิตข้าวโพด
เครื่องจักรในการ
ผลิตถั่วเหลือง
เครื่องอบลำไย จอบติดรถแทรกเตอร์สี่ล้อ
สำหรับพรวนดินสวนผลไม้
 
เครื่องปลิดฝักข้าวโพด
เครื่องกะเทาะข้าวโพดที่มีเปลือกหุ้ม
เครื่องกำจัดวัชพืชแบบกวศ.-1
เครื่องหยอดเมล็ดพืชแบบล้อเอียง 2 วงหยอด
รถขนย้ายผลิตผลการเกษตร
ไถจานพรวนติดพ่วงรถไถเอินตาม
เครื่องเกี่ยวนวดข้าวโพด
   
 
เครื่องปลิดฝักข้าวโพด กลับด้านบน
 
  002  
 
     เนื่องจากในปัจจุบันมีการขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตร ทำให้เกษตรกรประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานในขั้นตอนของการปลูกและการเก็บเกี่ยว ซึ่งต้องใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก สำหรับข้าวโพดจะมีปัญหาการเก็บเกี่ยวเพราะต้องใช้แรงงานคนเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเก็บเกี่ยวเพิ่มสูงขึ้นและเก็บเกี่ยวได้ล่าช้ากว่าฤดูกาล ทำให้ผลผลิตเกิดการสูญเสียและเสื่อมคุณภาพขายได้ในราคาต่ำกว่าที่ควร กองเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร จึงได้ดำเนินการพัฒนาเครื่องปลิดฝักข้าวโพดเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว
     เครื่องปลิดฝักและรูดเปลือกหุ้มข้าวโพดเป็นแบบเก็บเกี่ยวทีละแถว ใช้ต้นกำลังและต่อพ่วงแบบระบบกึ่งพ่วงลากกับรถแทรกเตอร์ขนาด 60-80 แรงม้า เครื่องปลิดฝักและรูปเปลือกหุ้มข้าวโพด มีส่วนประกอบหลัก 5 ส่วน คือ (1) ระบบการปลิดฝักข้าวโพด (2) ระบบลำเลียงสู่การรูดเปลือก (3) ระบบการรูดเปลือกหุ้มฝักข้าวโพด (4) ระบบลำเลียงเพื่อการบรรจุกระสอบ และ (5) โครงตัวรถ
     ระบบการปลิดฝักข้าวโพดประกอบด้วยชิ้นส่วนหลัก 4 ส่วน คือ
1.
ลูกกลิ้งรูด เป็นอุปกรณ์สำคัญที่สุดสำหรับใช้ปลิดฝักข้าวโพด เป็นใบมีดสี่เหลี่ยมผืนผ้า 4 ใบ ติดตั้งบนแกนลูกกลิ้งรูด ซึ่งใบมีดสามารถปรับระยะห่างระหว่างลูกกลิ้งได้ เพื่อใช้สำหรับปรับการปลิดฝักข้าวโพดตามความใหญ่เล็กของลำต้นข้าวโพด
2.
โซ่ลำเลียง ใช้รวบต้นข้าวโพดเข้าสู่การปลิดฝักออกจากต้นโดยลูกกลิ้งรูด และลำเลียงฝักข้าวโพด ที่ปลิดออกแล้วส่งต่อไปยังระบบลำเลียงสู่การรูดเปลือก โซ่ลำเลียงเป็นแบบครีบกวาด (Flight Conveyor) มีระยะห่างระหว่างครีบกวาด (Pitch) เท่ากับ 30 ซม.
3.
ห้องเกียร์ ทำหน้าที่ถ่ายทอดกำลังของลูกกลิ้งรูดเปลือก และโซ่ลำเลียง
4.
ฝาครอบ เป็นอุปกรณ์ครอบชิ้นส่วนเพื่อความปลอดภัย และช่วยยกต้นข้าวโพดที่ล้มให้ตั้งตรง (Crop Divider) เพื่อป้อนเข้าสู่ลูกกลิ้งรูด
  ระบบลำเลียงสู่การรูปเปลือก
     ทำหน้าที่ลำเลียงฝักข้าวโพดที่ถูกปลิดโดยระบบการปลิดฝักข้าวโพดต่อไปยังระบบรูดด้วยชิ้นส่วนหลัก 3 ส่วนคือ
1.
ลูกกลิ้งรูดเปลือก เป็นเพลากลมหุ้มด้วยยาง มีจำนวนทั้งสิ้น 4 คู่ โดยแต่ละคู่จะมีระยะห่าง ระหว่างลูกกลิ้ง 0.5 ซม.
2.
ลูกกลิ้งเหล็กลอกเปลือก ทำหน้าที่ลำเลียงต้นข้าวโพดและกาบใบข้าวโพดที่ปนมากับ ฝักข้าวโพดที่ถูกลำเลียงมาจากระบบลำเลียงสู่การรูดเปลือก เพื่อไม่ให้เข้าไปอยู่ในขั้นตอนของการรูด เปลือกหุ้มฝักข้าวโพด ลูกกลิ้งลอกเปลือกมี 2 คู่ โดยมีระยะห่างระหว่างลูกกลิ้ง 0.5 ซม.
3.
พัดลม สำหรับทำความสะอาดในขั้นตอนของการรูดเปลือก โดยพัดลมจะอยู่ด้านข้างของ ลูกกลิ้งรูดเปลือก ดังนั้นลมจะถูกเป่าสวนทิศกับการเคลื่อนที่ของฝักข้าวโพด ซึ่งจะทำให้สิ่งเจือปนต่างๆ ที่ติดมากับฝักข้าวโพดออกไปทางลูกกลิ้งเหล็กลอกเปลือก พัดลมเป็นแบบที่มีการไหลของอากาศตามแนวรัศมี (Centrifugal Flow Fan) มีใบพัด 4 ใบ
4.
ลูกยางฉีกเปลือก เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ควบคู่กับลูกกลิ้งรูดเปลือกหุ้มฝักข้าวโพด โดยจะติดตั้งไว้ทางด้านบนของลูกกลิ้งรูดเปลือก เพื่อทำให้ลูกกลิ้งรูดเปลือกสามารถรูดเปลือกหุ้มฝักข้าวโพด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวคือลูกยางฉีกเปลือกจะทำหน้าที่ฉีกเปลือกฝักข้าวโพดทำให้เปลือกหุ้มฝักข้าวโพด เผยออก ทำให้ลูกกลิ้งรูดเปลือกมีโอกาสที่จะรูดเปลือกได้มากขึ้น ลูกยางฉีกเปลือกติดตั้งไว้บนเพลา (มีทั้งหมด 2 คู่)
  ระบบลำเลียงเพื่อการบรรจุ
     ทำหน้าที่ลำเลียงฝักข้าวโพดที่ถูกลอกเปลือกแล้วโดยระบบรูดเปลือกหุ้มฝักข้าวโพดเข้าสู่ การบรรจุใส่กระสอบ ระบบการลำเลียงเป็นแบบครีบกวาดมีระยะห่างระหว่างครีบกวาดเท่ากับ 30 ซม. ช่อทางออกเป็นแบบ 2 ช่องทาง ซึ่งสามารถควบคุมได้โดยใช้ลิ้นปิดเปิด เพื่อทำให้คนงาที่ทำหน้าที่บรรจุกระสอบสามารถเปลี่ยนกระสอบใหม่ได้ทันทีโครงตัวรถ
  โครงตัวรถ
     เป็นส่วนประกอบหลักที่ใช้เพื่อประกอบอุปกรณ์ของระบบต่างๆ เข้าด้วยกัน โครงตัวรถได้ถูกออกแบบ เพื่อติดพ่วงทางด้านข้างของรถแทรกเตอร์
  ผลการทำงาน
     เครื่องเก็บเกี่ยวข้าวโพดนี้มีความสามารถในการทำงาน 9.8 ไร่ต่อวัน (คิดการทำงานวันละ 8 ชั่วโมง) ประสิทธิภาพในการทำงานเฉลี่ยร้อยละ 45 การสูญเสียหัวเกี่ยวเนื่องจากการร่วงหล่นเฉลี่ยร้อยละ 2.9 การสูญเสีย เนื่องจากการรูดเปลือกหุ้มเฉลี่ยร้อยละ 10.4 ความสามารถในการปลอกเปลือกหุ้มฝักข้าวโพดเฉลี่ยร้อย 92.8 และการแตกหักของฝักข้าวโพด เนื่องจากอุปกรณ์รูดเปลือกหุ้มเฉลี่ยร้อยละ 20.8
  การวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์
     การวิเคราะห์ทางด้านเศรษฐศาสตร์ทำโดยการหาจุดคุ้มทุนของการใช้เครื่องปลิดฝักข้าวโพดเปรียบเทียบกับการเก็บเกี่ยวโดยใช้แรงงานคน โดยการประเมินราคาขายเบื้องต้นของเครื่อง นี้ไว้เท่ากับ 300,000 บาท
     เนื่องจากการทำงานของเครื่องนี้จะใช้ในการปลิดฝักข้าวโพดออกจากต้น ทำการรูดเปลือกหุ้มฝักข้าวโพด และทำการบรรจุข้าวโพดไว้ในกระสอบ แล้วต้องใช้แรงงานคนบางส่วนในการขนย้ายเข้าไปเก็บไว้ในยุ้ง หรือบริเวณใกล้เคียงจนกว่าจะทำการซื้อขาย ส่วนขั้นตอนในการเก็บเกี่ยวข้าวโพด้วยแรงงานคนนั้น จะทำการ ปลิดฝักข้าวโพดออกจากต้นปอกเปลือก บรรจุใส่กระสอบ และขนย้ายเข้าไปเก็บไว้ในยุ้งหรือบริเวณใกล้เคียง จนกว่าจะทำการซื้อขาย ดังนั้นในการวิเคราะห์หาจุดคุ้มทุนในการใช้เครื่องปลิดฝักข้าวโพดเปรียบเทียบกับการเก็บเกี่ยว โดยใช้แรงงานคน จึงทำการเปรียบเทียบถึงขั้นตอนของการบรรจุใส่กระสอบเท่านั้น เพราะในการขนย้ายเข้าไปเก็บไว้ในยุ้งหรือบริเวณใกล้เคียงจนกว่าจะทำการซื้อขายนั้นมีขั้นตอนเหมือนกัน
     ผลของการวิเคราะห์หาจุดคุ้มทุนการใช้เครื่องปลิดฝักข้าวโพดพบว่ามีค่าเท่ากับ 365 ไร่ต่อปี เมื่อเปรียบเทียบกับการเก็บเกี่ยวข้าวโพดใช้แรงงานคน หรือสรุปได้ว่าเกษตรกรหรือเจ้าของเครื่องจะต้องใช้เครื่องนี้ทำงานปีละอย่างน้อย 365 ไร่ จึงจะคุ้มค่ากับการลงทุน และถ้าสามารถใช้เครื่องนี้ทำงานได้ปีละ 1,000 ไร่ จะสามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลาประมาณ 2 ปี
 
 
เครื่องกะเทาะข้าวโพดที่มีเปลือกหุ้ม กลับด้านบน
 
  001  
 
     จากการศึกษางานในอดีตที่ผ่านมา พบว่า เครื่องนวดข้าวโพดในประเทศไทยนอกจาก จะใช้นวดข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังสามารถใช้กะเทาะถั่วต่างๆ และข้าวโพดได้อีกด้วย ดังนั้น ในการวิจัยพัฒนาเครื่องกะเทาะข้าวที่มีที่มีเปลือกหุ้มขั้นแรก คณะผู้ดำเนินงานจึงเลือกต้นแบบเครื่องนวดข้าวสาลีแบบของ กองเกษตรวิศวกรรมขนาด 4 ฟุต เพื่อใช้กะเทาะข้าวโพดที่มีเปลือกหุ้ม โดยมีการดัดแปลงแก้ไขจากเครื่องต้นแบบน้อยที่สุด
ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเก็บเกี่ยวลงได้มากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานเพราะการเก็บทั้งฝักใช้แรงงานน้อยกว่าและลดความเหนื่อยาก เนื่องจากเก็บได้ง่ายและเร็วกว่าแบบปอกเปลือก
เกษตรกรสามารถดัดแปลง และปรับปรุงจากเครื่องนวดเมล็ดพืชที่มีใช้อยู่ เพื่อไปดัดแปลงใช้กะเทาะข้าวโพดที่มีเปลือกหุ้มได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เครื่องมีประสิทธิภาพสูง คือ มีประสิทธิภาพการกะเทาะสูง และอัตราการทำงานเหมาะสมคุ้มค่าใช้จ่าย
เมล็ดข้าวโพดที่กะเทาะแล้ว มีเปอร์เซ็นต์ความสะอาดสูง โดยมีการสูญเสียและปริมาณเมล็ดข้าวโพดแตกหัก หรือบอบช้ำน้อยมาก จึงสามารถใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ได้
เครื่องสามารถใช้งานได้อย่างกว้างขวาง คือ สามารถกะเทาะข้าวโพดได้ทั้งแบบมีเปลือกหุ้ม และปอกเปลือก ตามความเหมาะสมกับขนาดพื้นที่ปลูก และสภาพการใช้งาน
  ข้อจำกัด
     เมื่อกะเทาะข้าวโพดที่มีความชื้นสูงมาก ทำให้เกิดการแตกหักของเมล็ดข้าวโพดเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และอัตราการทำงานจะน้อยลงหรืออาจเกิดการติดขัดในระบบกะเทาะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
  คำแนะนำการใช้
ความชื้นของเมล็ดข้าวโพดควรต่ำกว่า 30 เปอร์เซ็นต์
ความเร็วรอบของลูกกะเทาะควรอยู่ระหว่าง 500-550 รอบต่อนาที
ควรใช้เครื่องยนต์ต้นกำลังขนาดไม่ต่ำกว่า 11 แรงม้า
 
 
เครื่องกำจัดวัชพืชแบบกวศ.-1 กลับด้านบน
 
 
002
     การกำจัดวัชพืช นับเป็นกิจกรรมที่สำคัญที่เกษตรกรจะต้องดำเนินการให้ทันต่อเวลา เพื่อป้องกันวัชพืชแย่งอาหารจากพืช ซึ่งจะทำให้ผลผลิตลดลง
     การกำจัดวัชพืชอาจจะใช้แรงคน แรงสัตว์หรือเครื่องยนต์เป็นต้นกำลัง ใช้สารเคมี หรือวิธีการอื่นๆ ในอดีตยนต์เป็นต้นกำลัง ใช้สารเคมี หรือวิธีการอื่นๆ ในอดีตจะใช้แรงงานคนเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันเนื่องจากการขาดแคลนแรงงาน จึงทำให้เกษตรกรหันมาใช้เครื่องยนต์เป็นต้นกำลัง หรือใช้อุปกรณ์ที่กำจัดวัชพืชพ่วงกับรถไถเดินตามหรือ รถแทรกเตอร์
     เครื่องกำจัดวัชพืชที่มีใช้อยู่ทั่วไปนั้น ในการใช้แรงงานคนจะใช้จอบหรือมีด หรือเครื่องถากหญ้าแบบง่ายๆ ที่โรงงานท้องถิ่นผลิตจำหน่าย หรือใช้แรงสัตว์ลากอุปกรณ์กำจัดวัชพืช
     ในกรณีเกษตรกรมีรถแทรกเตอร์ 4 ล้อ หรือรถไถเดินตามก็จะซื้ออุปกรณ์พ่วงกำจัดวัชพืชเพิ่มเติม เพื่อใช้ในการกำจัดวัชพืชเพิ่มเติม เพื่อใช้ในการกำจัดวัชพืช แต่การกำจัดวัชพืชโดยการใช้รถแทรกเตอร์ 4 ล้อ มีข้อจำกัดในการเข้าร่องระหว่างร่องแถวปลูกที่ต้นพืชสูง และระยะระหว่างแถวแคบ นอกจากนั้นแล้ว ยังทำให้ดินอัดตัวแน่นจากน้ำหนักรถ ส่วนรถไถเดินตามก็ยังมีน้ำหนักมาก (ประมาณ 300-400 กก.) และในกรณีที่จะใช้เฉพาะการกำจัดวัชพืช รถไถเดินตามก็ยังนับว่ามีราคาแพง
     เครื่องกำจัดวัชพืชที่ใช้เฉพาะงานกำจัดวัชพืชที่ผลิตจากต่างประเทศ มีราคาค่อนข้างแพง (ประมาณ 40,000 บาท) และก็ยังมีข้อจำกัดในด้าน ความสูงของท้องรถน้อยเกิน (ประมาณ 18 ซม.) ทำให้เข้าทำงาน ในขณะต้นพืชสูงได้ยากและการปรับความกว้างช่วงล้อก็ได้ไม่มาก นอกจากนั้น ยังมีปัญหาในการซ่อมแซมเครื่อง ที่ค่อนข้างยุ่งยาก
     เครื่องกำจัดวัชพืช กวศ.-1 เครื่องกำจัดวัชพืชขนาดเล็ก ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 5 แรงม้าเป็นต้นกำลัง สามารถสร้าง และซ่อมแซมได้ง่ายสามารถปรับความกว้างช่วงล้อได้มาก เพื่อให้เหมาะสมกับการปลูกพืชหลายชนิด และมีราคาไม่แพง เกษตรกรสามารถซื้อได้
  ส่วนประกอบของเครื่องกำจัดวัชพืชแบบ กวศ.-1
     เครื่องกำจัดวัชพืชแบบ กวศ.-1 ประกอบด้วยส่วนสำคัญดังนี้
1. ต้นกำลัง เครื่องยนต์เบนซิน 5 แรงม้า
2.
ชุดเฟืองโซ่ถ่ายทอดกำลัง ประกอบด้วยเฟืองโซ่ 2 ชุด ซึ่งทำหน้าที่ถ่ายทอดกำลัง และทดรอบจากเครื่องยนต์มายังล้อ และมีเฟืองโซ่ชุดเกียร์ถอยหลัง 1 ชุด
3.
เพลาล้อ ทำด้วยเหล็กเพลา ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5 ซม. เพลาล้อสามารถเปลี่ยนได้เพื่อเพิ่มระยะช่วงล้อ สำหรับการใช้งานกำจัดวัชพืช ในระหว่างแถวของพืช และสามารถปรับช่วงล้อได้ 70-120 ซม.
4.
ล้อ เป็นล้อเหล็กเส้นผ่าศูนย์กลาง 76 ซม. ครีบใบล้อจำนวน 24 ใบ ขนาดกว้าง 10 ซม. เพิ่มความสามารถในการขับเคลื่อนและฉุดลาก
5. อุปกรณ์กำจัดวัชพืช มี 3 แบบ คือ
 
แบบใบกวาด มีลักษณะเป็นใบตัด วัชพืชขนาดหน้ากว้าง 10 ซม. สามารถเลือกใช้จำนวนใบกวาดให้เหมาะสมกับระยะระหว่างแถวของต้นพื
แบบหัวหมูยกร่อง ใช้ในกรณีต้องการคราดดินออกด้านข้างเพื่อพูนโคนต้นพืช
แบบใบตัดรากอ้อย ใช้ในการถากต้นวัชพืชขนาดเล็ก และช่วยในการตัดรากอากาศของอ้อยส่วนที่ติดอยู่กับผิวดิน เพื่อให้รากแก้วและแขนงเจริญเติบโตได้ดี  เครื่องกำจัดวัชพืชแบบ กวศ.-1 นี้ มีน้ำหนักประมาณ 100 กก. (รวมเครื่องยนต์) ราคาประมาณ 15,000 บาท (รวมเครื่องยนต์)
  การทำงาน
     จากผลการทดสอบเครื่องกำจัดวัชพืช กวศ.-1 ในแปลงเกษตรกร ปลูกอ้อย ข้าวโพดและถั่วเหลือง สรุปผลได้ดังนี้
ก)
ความเร็วในการทำงานของเครื่องกำจัดวัชพืชประมาณ 2.5 กม./ชม.
ข)
ความสามารถในการกำจัดวัชพืชของเครื่องกำจัดวัชพืชประมาณ 1.2 ไร่/ชม. ในขณะที่กำจัดวัชพืช โดยใช้แรงคนและจอบ สามารถทำงานได้ประมาณ 0.08 ไร่/ชม.
ค)
การปรับช่วงล้อได้มาก 70-120 ซม. ทำให้สามารถปรับช่วงล้อให้เหมาะสม และทำงานได้สะดวก
ง)
เครื่องกำจัดวัชพืช สามารถเข้ากำจัดพืชระหว่างแถวของต้นข้าวโพดและอ้อยในขณะต้นสูงได้ในขณะที่เครื่องกำจัดวัชพืชอื่นไม่สามารถทำงานได้
  ข้อแนะนำในการใช้งาน
1.
ใช้ได้ในกรณีปลูกพืชเป็นแถว
2.
สภาพดินควรเป็นดินร่วน หรือร่วนปนทราย จึงจะทำให้รถกำจัดวัชพืช สามารถทำงานได้ดี ในสภาพดินเหนียวที่ไถดินแล้ว มีก้อนดินโตจะทำงานได้ไม่ดี
 
 
เครื่องหยอดเมล็ดพืชแบบล้อเอียง 2 วงหยอด กลับด้านบน
 
  003  
 
     กองเกษตรวิศวกรรม ได้พัฒนาอุปกรณ์หยอดของเครื่องหยอดเมล็ดเมล็ดพืชแบบล้อเอียง แบบติดท้ายรถไถเดินตาม ซึ่งใช้แพร่หลายในการปลูกพืชไร่ เช่น ข้าวโพด ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ข้าว ฯลฯ ให้แผ่นหยอดเปลี่ยนจากมี 1 วงหยอดให้เป็น 2 วงหยอด ทำให้เครื่องสามารถปลูกเพิ่มจาก 2 แถว เป็น 4 แถว ในช่วงระยะระหว่างแถว 25-30 เซนติเมตร โดยหยอดเมล็ดพืชได้ประมาณ 8-12 ไร่ต่อวัน ประหยัดเมล็ดพันธุ์ในการหยอดได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้มือหยอด
     เครื่องหยอดเมล็ดพืชแบบล้อเอียง 2 วงหยอดสามารถใช้หยอดเมล็ดพืชขนาดเล็ก เช่น ปอ ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ฯลฯ ได้โดยมีอัตราการหยอดเมล็ดที่แม่นยำ เปอร์เซ็นต์การแตกหักน้อย และยังสามารถเปลี่ยนแผ่นหยอดเพื่อเปลี่ยนระยะปลูกหรือปลูกพืชชนิดอื่นๆ ได้ตามต้องการ
     เครื่องหยอดเมล็ดพืชแบบ 2 วงหยอด สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการปลูก ช่วยให้เกษตรปลูกพืชได้ทันเวลา และลดค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงานปลูกประมาณไร่ละ 50 บาท และประหยัดเมล็ดพันธุ์มากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้มือปลูก
  คำแนะนำการใช้
เลือกใช้แผ่นหยอดให้ถูกต้องขนาดของรู และจำนวนรูของแผ่นหยอดขึ้นอยู่กับขนาดของเมล็ดพืชและอัตราการหยอด
การเตรียมดินสำหรับการปลูกด้วยเครื่องหยอดเมล็ดพืชแบบ 2 วงหยอดต้องไถพรวนให้เม็ดดินมีขนาดเล็ก เก็บเศษพืชในแปลงออกให้เรียบ และควรปลูกในขณะดินแห้ง เนื่องจากการปลูกในขณะดินเปียกจะทำให้ดินติดตามส่วนต่างๆ ของเครื่องหยอด ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
แปลงปลูกควรมีขนาดพอที่จะให้รถไถเดินตามมีช่วงทำงานและเลี้ยวกลับหัวงานได้สะดวก
 
 
รถขนย้ายผลิตผลการเกษตร กลับด้านบน
 
  005  
 
     การออกแบบและพัฒนารถขนย้ายผลิตผลเกษตรนี้ เป็นการร่วมมือของภาครัฐและเอกชน โดยสถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรมเป็นผู้ออกแบบ โรงงานจักรทองจังหวัดชัยนาท เป็นผู้สร้าง และทดลองใช้งานระยะยาวที่ศูนย์วิจัยพืชสวน สุราษฎร์ธานีร่วมกับเกษตรกร นำข้อคิดเห็นและข้อบกพร่องมาปรับปรุงและสร้างรถขนย้ายที่สามารถทำงานได้ดี ในปัจจุบันโรงงานจักรทองได้ผลิตรถขนย้ายผลิตผลเกษตรนี้จำหน่ายแก่เกษตรกรแล้ว
     รถขนย้ายนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ตัวรถไถเดินตาม และตัวรถพ่วง
     รถไถเดินตามเป็นแบบที่ใช้กันแพร่หลายในประเทศ เครื่องยนต์ดีเซลต้นกำลัง 9-11 แรงม้า มีเกียร์เดินหน้า 2 เกียร์ ทำการดัดแปลงระบบคลัทช์แบบบีบเลี้ยวมาเป็นเท้าเหยียบ และเพิ่มคันเหยียบเบรคสำหรับเบรคที่ล้อรถพ่วง เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น
     รถพ่วงมีส่วนประกอบ ดังนี้
ที่นั่งขับ มีช่วงระยะตอนหน้าพอเหมาะให้ผู้ขับรถสามารถนั่งได้สบาย
จุดหมุนของกะบะบรรทุกได้รับการออกแบบให้สามารถยกเทได้สะดวก โดยไม่ต้องออกแรงมาก (ใช้คนเพียงคนเดียว) โครงสร้างกะบะบรรทุกเน้นความแข็งแรงโดยใช้วัสดุภายในประเทศ
ระบบเบรคแบบก้ามปู (ดรัมเบรค) ทำให้สามารถหยุดรถได้ดีและปลอดภัย
ช่วงล่างของรถพ่วง ใช้วัสดุแข็งแรงเพียงพอที่จะบรรทุกน้ำหนัก1,000 กิโลกรัม
ผลทดสอบการเบรค อยู่ในเกณฑ์การทดสอบของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม
ระบบเลี้ยว เป็นแบบเลี้ยวกลางตัว ทำให้มีวงเลี้ยวที่แคบกว่ารถพ่วงทั่วๆ ไป
กะบะบรรทุก ขนาด กว้าง 1.4 ยาว 1.8 และสูง 0.7 เมตร บรรทุกน้ำหนักได้ถึง 1,000 กิโลกรัม และสามารถยกเทได้ (พื้นเอียงสูงสุดทำมุม 35 องศากับพื้น) เพื่อให้ขนย้ายถ่ายเทผลิตผลเกษตรได้สะดวกและรวดเร็ว
 
 
ไถจานพรวนติดพ่วงรถไถเดินตาม กลับด้านบน
 
 
004
     ปัจจุบันการใช้งานรถไถเดินตามมีใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในพื้นที่นา และในพื้นที่ไร่ โดยเฉพาะในพื้นที่ไร่ หลังจากการไถเปิดดินครั้งแรกแล้ว มีการใช้รถไถเดินตามย่อยดิน แต่อุปกรณ์ในการย่อยดินสำหรับรถไถเดินตามยังไม่มีความเหมาะสม ดังนั้นกองเกษตรวิศวกรรมจึงออกแบบและพัฒนาจานไถพรวนติดพ่วงกับรถไถเดินตาม เพื่อเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกร และเป็นการปรับปรุง ยกระดับประสิทธิภาพการเตรียมดิน
     ไถจานพรวนติดพ่วงกับรถไถเดินตามนี้ มีลักษณะเป็นจานไถร้อยอยู่ในแนวเดียวกัน ข้างละ 3 จาน มีลักษณะเป็นรูปตัววี ในการทำงานจะนำไถจานพรวนติดพ่วงกับรถไถเดินตามที่ตำแหน่งจุดพ่วงอุปกรณ์ของรถไถเดินตาม เมื่อรถไถเดินตามเดินหน้าไป จานพรวนที่อยู่ด้านหลังรถไถเดินตามจะทำการย่อยดิน ซึ่งมีขนาดใหญ่ให้มีขนาดเล็กลง
     จากการทดสอบ พบว่า เมื่อใช้รถไถเดินตามซึ่งใช้เครื่องยนต์ขนาด 11.5 แรงม้า สามารถทำงานได้ 1.95 ไร่/ชม. อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ย 0.38 ลิตรต่อไร
 
     
_______________________________________________________________________________
 
ที่มา: สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร
http://210.246.186.28/fieldcrops/corn/mac/index.HTM